หลังจากไปตัดผมทรงกำนัน ต้นน้ำก็ผูกจุกสังข์ทองไม่ได้เลย ตอนนี้ก็ยอมเป็นสังข์ทองเวอร์ชั่นจุกหลุดไปก่อน ช่วงเย็นกลับจากเดย์แคร์ต้นน้ำก็เลยแปลงร่างเป็นเด็กส่งพิซซ่าเกือบทุกวัน ต้องใส่หมวกอุลตร้าแมนที่ต้นน้ำบอกว่าเป็นหมวกกันน็อค เอารถดุ๊กดิ๊กเป็น "มอไซ" แล้วก็เอากล่องขนมปังเป็นพิซซ่า เรื่องหมวกกันน็อคนี่เวลาเห็นคนขี่มอเตอร์ไซค์แล้วไม่ใส่หมวกกันน็อคต้นน้ำยอมไม่ได้เลย "พี่คนหล่อไม่ใส่หมวกกันน็อค เดี๋ยวก็ตายหรอก" อ้าว...แช่งเค้าซะแล้ว

เรื่องดูทีวีก่อนนอนก็ยังมีต่อเนื่อง ยังเรียกหาบาร์นี่ย์ บ๊อบ โทมัส อยู่ตลอด บางครั้งหม่าม้าก็เบรคบ้าง บอกว่าทีวีเสียเพราะต้นน้ำดูนานเกินไป ต้องรอพ่อเป็ดซ่อมให้ก่อน บางวันก็ต่อเนื่องว่าพ่อเป็ดยังไม่ได้ไปซื้อะไหล่ ก็ต้องรอไปอีก ซึ่งต้นน้ำก็เข้าใจ ยอมเปลี่ยนให้หม่าม้าอ่านนิทานก่อนนอนให้ฟัง
วันก่อนฝนตกหนักต้นน้ำกำลังนอนกินนมดูบาร์นี่ย์อยู่ดีๆ ไฟก็ดับ หม่าม้าได้ทีก็สำทับไปว่าเห็นมั๊ย ต้นน้ำดูทีวีนานเกินไป ทีวีเสียเลย ต้นน้ำก็ทำหน้างงเพราะมันตำตาอยู่เห็นๆ แต่ต้นน้ำเด็ดกว่านั้น ลงจากเตียงไปยืนหน้าทีวี พนมมือเรียบร้อย ปากก็ว่า "นะโมผัดสะ คะวะโต ระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ กราบ" 3 เที่ยวแบบที่ครูที่เดย์แคร์สอนเปี๊ยบ แล้วก็หันมาบอกหม่าม้าว่า "ต้นน้ำนะโมแล้ว ไม่เสียแย้วนะ" เออ...เอากะมันดิ ฮ่า ฮ่า

นับวันก็ยิ่งมีคำแปลกๆ มาพูดให้หม่าม้าอึ้งทุกวัน "เดี๋ยวก็แจ๋วหรอก" "เดี๋ยวก็ป๊ะเหนี่ยวเลย" ประมาณว่าคงไปจำมาจากเพื่อนที่เดย์แคร์ เพราะที่บ้านก็ไม่มีใครพูดแบบนี้ แล้วก็ไม่ได้ให้ต้นน้ำดูรายการทีวีเลย ส่วนใหญ่ก็ดูจากแผ่นทั้งนั้น โห...เด็กเดี๋ยวนี้เค้าพูดกันขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย แรกๆ ก็ขำกันกลิ้งว่ารู้จักเอามาพูด แต่พอหลายวันเข้ามัน "แจ๋ว" บ้าง "เหนี่ยว" บ้างวันละหลายครั้งก็ดูไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ หม่าม้าก็มีสอนบ้างเหมือนกันว่าต้นน้ำพูดไม่เพราะเลย แต่ยิ่งบอกก็ยิ่งพูด หม่าม้าก็เลยเงียบไปก่อน หวังว่าคงจะเลิกพูดไปเอง เฮ้อ...
เดี๋ยวนี้เวลาไม่พอใจก็จะทำเป็นยกหูโทรศัพท์หาตำรวจ "พี่ตำรวจเหรอ มาจับหม่าม้าหน่อย" หนอย...มันจะให้ตำรวจจับแม่มัน แค่พูดไม่ถูกหูเนี่ยนะ พอถามว่าตำรวจจับหม่าม้าแล้วต้นน้ำจะอยู่กับใคร "ต้นน้ำอยู่กับพ่อเป็ดก็ได้" หม่าม้าถามต่อว่าแล้วถ้าพ่อเป็ดไปทำงานต้นน้ำจะอยู่กับใคร "อยู่กับพี่หน่อยก็ได้" หม่าม้าบอกว่าเดี๋ยวพี่หน่อยก็จะกลับบ้านไปเป็นชาวนาแล้วต้นน้ำจะอยู่กับใครล่ะ "ไม่กับบบบบบบบบบ ถ้างั้นต้นน้ำอยู่กับหม่าม้าก็ได้" เชอะ....นึกว่าจะแน่ เหอ เหอ

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา พาต้นน้ำไปเยี่ยมป้ากุ้งที่บ้านแถวพุทธมณฑลสาย 4 ป้ากุ้งเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของหม่าม้า แก๊งเดียวกันกับ ป้ากุล ป้าจิ๋ม ป้าน้อง ป้าหญิง น้าเก๋ น้าซัง นี่ล่ะ มี 2 คน คือป้ากุ้งกะน้าซังที่อยู่ไกลหน่อย หลังจากป้ากุ้งหายไปอยู่ที่สหรัฐปีกว่า ก็เพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านแล้วก็เริ่มติดต่อเพื่อน เฮ้อ...โล่งใจกันเป็นแถว หายเงียบไปนานจนพากันนึกว่าโดนหมกป่าไปซะแล้ว
หม่าม้ากับต้นน้ำออกจากบ้านกัน 8 โมงเช้า ไปรับป้าหญิงกะน้าเก๋ที่บ้านน้าเก๋แถวติวานนท์ แล้วก็ไปถึงบ้านป้ากุ้งยังไม่ 10 โมงดีเลย คุณยายแม่ของป้ากุ้งก็ใจดีเหมือนเดิม ทำตำขนุนตามที่ป้าหญิง request ด้วย เสียดายที่ไม่มีขนมจีนน้ำเงี้ยว แต่ป้าหญิงเตรียมหมูย่าง เนื้อทอด กับน้ำพริกหนุ่มไปด้วย ไปซื้อข้าวเหนียวมาเพิ่ม แค่นี้ก็กินกันพุงกาง คุณยายใจดีผัดมักกะโรนีกุ้งเป็นอาหารกลางวันให้ต้นน้ำด้วย ต้นน้ำก็กินไปได้เยอะจนน่าดีใจเชียว น่ารักมากลูก
ป้ากุ้งทำเพิงข้างๆ บ้านเป็นหลังคามุงจาก ปลูกต้นไม้เยอะร่มรื่นสุดๆ มีคลองเล็กปลูกบัว มีปลาด้วย ต้นน้ำให้อาหารปลาไม่หยุดจนหม่าม้ากลัวน้ำเค้าจะเน่าเเลยนะเนี่ย เพิงนี้ก็เลยโดนยึดเป็นที่นั่งเม้าของพวกป้าๆ ไป
หม่าม้ากับพวกป้าๆ ก็เม้ากันไม่หยุด อ้อ...มีหยุดหาของใส่ปากเป็นบางช่วง ฮ่า ฮ่า ต้นน้ำก็เล่นกับพี่แปงค์หลานป้ากุ้งเพลินจนไม่ยอมนอน กว่าจะนอนกลางวันก็ปาเข้าไปบ่าย 2 กว่าจน 4 โมงเย็นก็ยังไม่ตื่น เห็นท่าไม่ดีก็เลยอุ้มกลับไปนอนต่อในรถดีกว่า ส่งป้าหญิงกับน้าเก๋แถว 3 แยกติวานนท์ แล้วก็กลับถึงบ้าน 6 โมงกว่าแน่ะ มาติดอยู่แถวงามวงศ์วาน เส้นนี้เป็นที่อโคจรของหม่าม้านะเนี่ย ถ้าไม่จำเป็นไม่มาเด็ดขาด รถติดโคดๆ
ป.ล. วันนี้ต้นน้ำเริ่มเป็นหวัดอีกแล้ว เมื่อวานเย็นไปรับจากเดย์แคร์เห็นเด็กคนนึงนั่งน้ำมูกยืดอยู่กับแม่ แถมยังเดินมายื้อเสื้อต้นน้ำด้วย หม่าม้าเห็นแล้วเสียววาบๆ ช่วงเย็นถึงบ้านก็ยังดีๆ อยู่ พอตกดึกต้นน้ำดันลุกขึ้นมางอแงสูดน้ำมูกฟืดฟาด เฮ้อ.... เมื่อเช้าล้างจมูกไป 1 ที ลูกก็อารมณ์บ่จอยเลย ไปถึงเดย์แคร์ดูซึมๆ ร้องให้ตามหม่าม้าอีกต่างหาก อุปาทานรึเปล่าไม่รู้ แต่หม่าม้ารู้สึกว่าครั้งนี้เชื้อคงแรงเอาการ เพราะแค่คืนเดียวทำต้นน้ำซึมไปเลย เฮ้อ เฮ้อ...

