ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หม่าม้าได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ห่วงและกังวลจนทำให้ต้องมานั่งคุยกันกับพ่อเป็ด เปรียบเทียบ สรุป แล้วก็ตัดสินใจกันอีกครั้ง
1 เดือนที่ผ่านมาลูกแข็งแรงดีไม่ป่วยเลย แต่....

ลูกหม่ำน้อยลงเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ยอมหม่ำมื้อละ 2-3 คำ อย่างมากที่สุดไม่เกิน 10 คำ แต่ขนมในบ้านแทบหมดเกลี้ยง แล้วทุกวันนี้ บางมื้อก็ไม่ยอมหม่ำอะไรเลย ส่วนนม..ก็ยังดีที่ยังหม่ำสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่ได้มากขึ้นกว่าเดิมจนทำให้ไม่หม่ำข้าว "พี่จัน" ให้หม่าม้าซื้ออาหารสดมาไว้ทำให้น้องกิน แต่..."พี่จัน" ไม่ทำ อาหารยังถูกแช่อยู่ในตู้เย็น ทั้งหมู ไก่ ไส้กรอก ปูอัด เนื้อปลา ลูกชิ้นปลา ทั้งเห็ดสด เต้าหู้ไข่ ไข่ไก่ แครอท มันฝรั่ง ถั่วหวาน ข้าวโพด คะน้า ฯลฯ สาระพัดที่จะหยิบมาทำให้ลูกหม่ำได้...แต่ทุกอย่างก็ยังนอนสด (รึเปล่า?) อยู่ในตู้เย็นเหมือนเดิม
สิ่งที่ "พี่จัน" เอามาอุ่นให้ลูกสม่ำเสมอ "ไข่พะโล้" "โจ๊กเก่าๆ" "ขาหมู" "ก๋วยเตี๋ยว" "บะหมี่" ซึ่งเป็นอาหารที่หม่าม้าทะยอยซื้อมาเพื่อ "เบรค" สลับกับอาหารที่พี่จันต้องทำ เผื่อลูกเบื่อๆ แต่ลูกก็ไม่ค่อยได้หม่ำฝีมือ "พี่จัน" เท่าไหร่ เพราะทุกเช้าที่พาลูกลงข้างล่าง ไม่เคยเจออาหาร "ใหม่" ที่ตั้งใจทำให้ลูก มีแต่ "ถุง" อาหารที่ซื้อมาแล้วมีรอยแบ่งออกไปบ้างแล้ว มารอ "อุ่น" ให้ลูกกินเป็นอาหารเช้า โอ....มันเป็นอาหารของชาติไหนแล้วเนี่ย???? หม่าม้าไม่สงสัยแล้วว่าทำไมลูก "เหลือแต่หัว"

ในทุกวันหยุดของหม่าม้า...ลูกจะติดกันกับหม่าม้าแทบจะตลอดเวลา ไม่เอาพี่เลี้ยงเลย แม้แต่วันธรรมดาที่หม่าม้ากลับจากทำงาน เราก็จะติดกันอยู่ตลอด (หรือพี่เลี้ยงไม่เอาหนู??) อ้อนให้อุ้ม ให้กอดกันตลอด
แต่การสื่อสารระหว่างเรา "แย่ลง" อย่างเห็นได้ชัด ลูกพูดคุยรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว อยากได้อะไร อยากให้ทำอะไรให้ก็บอกได้ แต่ตอนนี้ลูกเลือกที่จะ "ร้อง+ดิ้น" โดยไม่บอกเป็นคำพูด หรือทนพูดจนจบไม่ได้
แค่ช่วงสั้นๆ ที่หม่าม้าอยู่บ้าน ช่วงเย็นหลังจากทำงาน หรือช่วงหยุดเสาร์-อาทิตย์ หม่าม้าได้ยินคำว่า "ต้นน้ำดื้ออีกแล้ว" "อย่าดื้อนะ" "ต้นน้ำไม่น่ารักเลย" หรือในหลายๆ ครั้ง ตอนพ่อเป็ดจะไปทำงาน ได้ยินพี่เลี้ยงปลอบ (หรือขู่?) "เห็นมั๊ย ต้นน้ำดื้อ ไม่น่ารัก พ่อเป็ดหนีไปแล้ว ไม่รักแล้ว" ซึ่งคำพูดเหล่านี้หม่าม้ากับพ่อเป็ดไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะพูดกับลูก นี่ขนาดต่อหน้าพ่อแม่เด็กแท้ๆ แล้วลับหลังล่ะ?

ช่วงที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่มี "เงาพี่จัน" มาป้วนเปี้ยนหรือมาดูความเรียบร้อยต่างๆ ของลูก "พี่จัน" จะค่อยๆ ขึ้นไปปิดห้องอยู่ข้างบน เอ๊ะ...หรือเค้าอาจจะอยากปล่อยให้เราอยู่กัน 2 คนไม่อยากกวน ไม่แม้แต่จะมาเช็ดคราบสกปรกที่ลูกทำเลอะเทอะไว้ ลูกบีบไวตามิลค์จากกล่องหกบนผ้าปูโซฟาเบดตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว วันนี้....ผ้าผืนนั้นก็ยังโชว์คราบนมอยู่ที่เดิม มีคราบอาหารตามพื้นที่ถูกเช็ดลวกๆ ดูออกว่าเป็นอะไรด้วย บ้านเราอยู่กันมา 7 ปีไม่เคยมีมดเลย วันนี้มดเหม็นๆ เดินขบวนกันเป็นว่าเล่น

เสื้อผ้าของลูกไม่เคยถูกซักขึ้นราวตอนเช้า บางวันเห็นแต่เสื้อผ้าของ "พี่จัน" ที่ตากอยู่ พร้อมกับเสื้อผ้าของลูกรอซักเต็มตะกร้า
ตี 5 ครึ่ง หม่าม้าโผล่ไปดูนอกห้องนอน อืมมม...ข้างล่างเปิดไฟแล้ว แต่ไม่มีร่องรอยการกวาดทำความสะอาดพื้น แม้แต่ในส่วนที่ลูกอยู่เป็นประจำ ไม่เคยทำความสะอาดของเล่นของลูกเลย
ใบไม้ที่เคยบอกให้ช่วยกวาด ต้นไม้ที่เคยบอกให้ช่วยรดน้ำ ไม่มีร่องรอยการหยิบจับ
ไม่มีอาหารเช้าของลูก
แล้ว "พี่จัน" ตื่นมาทำอะไร?
ตอนเย็นหม่าม้าถึงบ้าน 6 โมงนิดๆ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ได้ "พี่จัน" มาอยู่ด้วย มี 2 วันที่กลับมาพบลูก หม่ำข้าวเย็น + อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว นอกนั้นหม่าม้าต้อง "บรรเลง" คนเดียว ทั้งอาบน้ำ ป้อนข้าว "พี่จัน" พร้อมที่จะ "หลบฉาก" อย่างเงียบกริบ ไม่แม้แต่จะมาช่วยยื่นผ้าเช็ดตัวน้องส่งให้ หรือคอยเช็ดเศษอาหารที่หล่นลงพื้น
1 ทุ่ม เราจะชวนกันขึ้นข้างบน ที่เหลือเป็นเวลา "ฟรี" สำหรับพี่จัน จะคุยโทรศัพท์ ดูทีวี หรืออะไรก็ไม่ว่า หม่าม้าว่าไม่ได้ใช้งานเค้าหนักเกินไปนะ

ค่าจ้าง 7,000 บาทต่อเดือน ถูกจังสำหรับคนเลี้ยงเด็กที่ "ไม่ผ่านศูนย์" แต่เนื้องานน่าผิดหวังที่สุด
สัปดาห์แรกผ่านไป พร้อมกับที่พี่จัน "มีหลานมารับ" 1 ทุ่มคืนวันเสาร์ แล้วกลับมา 9 โมงเช้าวันอาทิตย์
สัปดาห์ที่สองผ่านไป พร้อมกับที่พี่จัน "มีหลานมารับ" 2 ทุ่มคืนวันเสาร์ บอกจะกลับเช้าวันอาทิตย์ แต่แล้วก็กลับเอาตี 5 เช้าวันจันทร์ พร้อมกับบอกว่าลืมเอาซิมโทรศัพท์ไปก็เลยไม่มีเบอร์หม่าม้า และแฟนมีอุบัติเหตุเจ็บแขนต้องพาไปหาหมอ แน่ล่ะ หม่าม้าติดต่อไม่ได้เพราะปิดมือถือ กลัวพี่จันเข้าบ้านไม่ได้จนจะอาบน้ำก็ต้องเอามือถือเข้าห้องน้ำไปด้วย แต่หม่าม้าบังเอิญจำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแฟนพี่จัน (ทำงานในกรุงเทพ) เคยโทรหาภรรยาตัวเองไม่ได้ก็เลยโทรเข้ามือถือหม่าม้า แต่พี่จันไม่มีเบอร์หม่าม้าก็เลยไม่ได้โทรบอก...... อืมมมม....

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลเพียงพอ ที่ทำให้หม่าม้ากับพ่อเป็ดต้องมานั่งคุยกันใหม่ ทั้งจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมา น้าเอ๋-อาหนึ่ง พาอัลมอนด์มาบ้านเรา ก็เลยได้ปรับทุกข์กัน
ตอนนี้อัลมอนด์เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว หลังจากเปลี่ยนพี่เลี้ยงมา 4 คน ตอนนี้ได้คนที่ work ที่สุดเท่าที่เคยจ้างมา อัลมอนด์เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้น ร่าเริงสดใสกินเก่ง สมกับวัย 2 ขวบ
...ในขณะที่ต้นน้ำเริ่มถดถอย...
น้าเอ๋-อาหนึ่งออกความเห็นว่าอีกไม่นานเด็กๆ ก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว เรื่องป่วยยังไงก็เลี่ยงไม่ได้อยู่ดี แล้วฟังจากที่หม่าม้าบ่นๆ ก็ควรจะเลิกจ้าง "พี่จัน" ให้เร็วที่สุด เพราะได้ทำและพูดสิ่งที่ไม่น่าให้เกิดขึ้นสำหรับเด็กวัยนี้ เพราะเป็นวัยที่ "กำลัง" เรียนรู้และจดจำเรื่องรอบตัว ไม่ควรให้มีประสบการณ์หรือฝังความคิดแย่ๆ
มาประมวลเรื่องราวแล้ว หม่าม้ากับพ่อเป็ดก็สรุปว่าให้ลูกไป "เดย์แคร์" ที่เดิมแล้วกัน แล้วก็ไปซะพรุ่งนี้เลย สำหรับ "พี่จัน" พี่เลี้ยง "คนแรก" และคงจะเป็นคน "สุดท้าย" ของลูก ก็กลับไปเลิกจ้างเค้าซะเย็นนี้เลย ให้ค่าป่วยการไปซัก 2,000 บาท ก็คงไม่น้อยเกินไปมั้ง
จากนี้ไป หม่าม้าก็คงตั้งหน้าหา "คนทำงานบ้าน" ซึ่งพร้อมจะช่วยดูแลลูกช่วงวันหยุด หรือวันที่ลูกป่วยไปเดย์แคร์ไม่ได้หรือต้องนอนโรงพยาบาล เหอะ.....ต้องสู้กันต่ออีกซักตั้ง

