หม่าม้าว่านะ ตั้งแต่ลูกออกมาอยู่บ้านไม่ได้ไปเนอสฯ เนี่ย
1. ลูกโดนยุงกัดเยอะมาก นับๆ ดูทั้งตัวได้เป็น 10 แผลเลย เรียกว่าตั้งแต่หัวเหม่ง แก้ม แขน นิ้วมือ ขา ไปจนถึงเท้าโน่นแน่ะ ทำได้ไงอ่ะ เด็กแพ้ยุงอย่างลูกก็คันเป็นลิงทั้งวัน
2. ได้แผลจากการเล่นซนเกือบทุกวัน หกล้มเข่าถลอกซ้ำแล้วซ้ำอีก บางวันก็เป็นข้อศอก หลังมือครูดพื้นถนนหน้าบ้านตอนวิ่งไล่พี่โตๆ ข้างบ้าน บางวันก็นิ้วโดนลิ้นชักในบ้านงับเอาบ้าง
3. อยู่บ้านแล้วดำลงแฮะ...อิ อิ จากเดิมที่ไม่ได้ขาวใสอะไร ตอนอยู่เนอสฯ ก็เป็นห้องแอร์เล่นทั้งวันก็ยังดูสะอาดสอ้านดี แต่มาอยู่บ้านช่วงกลางวันหม่าม้าไม่ให้เปิดแอร์ ถ้าจะเปิดพัดลมก็ต้องปรับเป็นลมธรรมชาติแบบแผ่วๆ นอกจากจะดำลงแล้วยังแถมมีแผลเต็มตัวอีก... เหอ เหอ ดูไม่จืดเลย
ตอนนี้ลูกก็เลยดูเป็นเด็กซนๆ ที่ชอบทำหน้าทะเล้น เล่นทั้งวันจนหัวเปียกดูแก่นแก้วมาก 555

เดี๋ยวนี้ฮิตเล่นอยู่ 2 อย่าง คือ อย่างแรกก็ "เตะบอล" เห็นใครว่างเป็นไม่ได้ เที่ยวไปจูงมือบังคับให้ "เตะบอลกับน้อง" เตะกระจายยยย จนคิดว่าคงมีซักวันที่ต้องโดนอะไรแตกเข้าซักอย่างแน่ๆ

อย่างที่สอง ก็นี่เลย "เล่นอุลตร้าแมน" หน้ากากอะไรก็ได้แต่พอลูกใส่แล้วจะเป็นหน้ากาก "อุลต้าแมน" ตลอดเลย แล้วตัวเองใส่ได้คนเดียวนะ ห้ามคนอื่นใส่ เพราะถ้าคนอื่นใส่แล้ว "น้องกลัว" แต่ถ้าต้นน้ำใส่คนอื่นห้ามกลัว พอแปลงร่างแล้วทุ่มโถมใส่ทั้งตัว ต้องต่อสู้กัน แต่หม่าม้าไม่ชอบ "สู้" กันเลย

ที่ลูกชอบเล่นอีกอย่าง แต่หม่าม้าไม่อยากให้เล่นเลย คือ "เล่นยิงปืน" ที่บ้านเราจะไม่ซื้อปืนเด็กเล่นให้ลูก แต่พี่ๆ เด็กโตข้างบ้านก็คอยจะเอามาเล่นยั่วต้นน้ำอยู่เรื่อย ลูกก็ร้องจะเอาปืนของเค้า บางครั้งเคยมีคนถามว่าทำไมไม่ซื้อปืนเด็กเล่นสวยๆ ให้ต้นน้ำเล่น หม่าม้าก็จะตอบว่าก็ไม่อยากให้เล่นปืนก็เลยไม่ซื้อให้ ลูกเองก็พยายามเอาตัวต่อเลโก้มาต่อสมมุติเป็นปืนยิงเล่น ซึ่งหม่าม้าก็ยอมบ้าง แต่ใจจริงก็คือไม่อยากให้ลูกรู้สึกคุ้นเคยกับของเล่นพวกนี้ ก็ตั้งใจนะว่าจะไม่ซื้อของเล่นที่รู้สึกว่ามัน "รุนแรง" แบบนี้เข้าบ้าน ดูกันไปว่าจะต้านลูกได้แค่ไหน
ตอนนี้เวลาโดนลูก "ยิง" หม่าม้าก็จะแกล้ง "เป็นลม" ล้มลงแล้วแกล้งนิ่งๆ ลูกก็จะเข้ามาประคองบอกให้ "หม่าม้านั่ง" "หม่าม้าไม่ล้ม" "หม่าม้าไม่เป็นไรนะ" แล้วก็จะพูดต่อ "ขอโทษค้าบ...ต้นน้ำไม่ได้ตั้งใจ" เหะ เหะ ยิงหม่าม้าทุกครั้ง หม่าม้าก็จะ "เป็นลม" ทุกครั้งแหละ แต่พอลูกขอโทษทีไรก็ทำใจแข็งอยู่นิ่งๆ ต่อไม่ได้ทุกที แต่ก็จะบอกลูกทุกครั้งว่าหม่าม้าไม่ชอบยิงปืนเลย แล้วก็ชวนลูกเล่นอย่างอื่นดีกว่า ซึ่งลูกก็ยอมเลิกทุกครั้ง ก็ยังดีล่ะ..

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้ฤกษ์พาลูกไปตัดผมอีกครั้ง ลูกก็ยังน่ารักเหมือนเดิม ไม่มีงอแง แถมชมตัวเอง "ต้นน้ำไม่ร้องไห้เลย" กลับไปโม้กับพ่อเป็ดอีกต่างหาก

ข้อเสียของการย้ายห้องนอนมาห้องใหญ่ซึ่งหม่าม้าไม่พอใจนักก็คือ ห้องนอนของหม่าม้าจะมีทีวี+โฮมเธียเตอร์อยู่ในห้องด้วย เมื่อก่อนตอนเรานอนกันที่ห้องเล็กซึ่งไม่มีทีวี-เครื่องเสียง เรามีกิจวัตรก่อนนอนซึ่งทำเป็นประจำทุกคืน คือการเล่านิทานก่อนนอนพร้อมกับเปิดดูรูปประกอบกันไปด้วย ลูกจะเลือกเองว่าวันนั้นอยากฟังเรื่องอะไร บางคืนต้องเล่า 2-3 เรื่องเสียงแหบแห้งกว่าลูกจะยอมนอน เล่าจนหม่าม้าหลับตาเล่าได้เลยเพราะจำได้หมดแล้ว ตอนนั้นหม่าม้ารู้สึกเบื่อเหมือนกันนะ
แต่ถ้าเทียบกับตอนนี้ พอขึ้นมาบนห้องทีไร ลูกจะขอให้เปิดแผ่นของโดเรม่อน, บาร์นี่ย์, ก้านกล้วย, ลิงจ๋อ-Curious George หรือบางทีก็เป็นเพลงเด็กซึ่งมีภาพประกอบบ้าง แล้วลูกก็จะดูไปพร้อมๆ กับขอนมก่อนนอน 1 ขวด ก่อนจะหลับไป
ถึงจะหอบหนังสือนิทานมาล่อตาขนาดไหนก็ไม่สนใจเลย มีแค่ 2-3 ครั้งที่ยอมให้หม่าม้าเล่านิทานให้ฟัง แต่ก็ขอดูทีวีต่อทุกครั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หม่าม้ากลุ้มและยังแก้ไม่ตกเลย .... เฮ้อ....
โหมดพี่เลี้ยง
ตอนนี้ดูๆ ไปแล้ว "พี่จัน" ก็คงเริ่มจับทางได้บ้าง ติดอยู่ก็เรื่องให้ขนมน้อง เพราะต้นน้ำเป็นเด็กชอบกินขนม ถ้าได้กินขนมจะไม่ค่อยงอแง อารมณ์ดี ซึ่งตอนนี้หม่าม้าก็จะใช้วิธีไม่ซื้อขนมเข้าบ้าน ที่มีอยู่ถ้าหมดแล้วก็หมดเลยแล้วกัน แต่จะมีผลไม้ติดตู้ไว้เสมอ ส่วนเรื่องอาหารต้นน้ำก็มีบางครั้งที่ซื้อสำเร็จมาใส่ตู้เย็นไว้อุ่นให้น้องเป็นบางมื้อ จะเป็นพวกบะหมี่ ขาหมู ไข่พะโล้ นอกนั้นก็ให้ทำให้น้อง ต้องฝึกให้กินข้าว เพราะต้นน้ำเป็นเด็กไม่ชอบกินข้าวเลย ก็ให้ลองฝึกกินข้าวดู มื้อนี้ไม่กินก็รอมื้อหน้า ไม่หิวมั่งก็ให้มันรู้ไป 555
เรื่องทีวีตอนกลางวันก็บอกไปเหมือนกันว่าพยายาม "อย่าเปิดทีวี" หรือเปิดไม่ให้เกิน "1 ชั่วโมง" ก็ไม่รู้ว่ายังไง ตอนเราอยู่เค้าก็ไม่เปิด แต่ตอนเราไม่อยู่บ้านนี่สิ .... ไม่อยากให้เค้าเลี้ยงลูกหน้าทีวีเลยอ่ะ
เรื่องเสื้อผ้าลูกถ้าเลอะเทอะก็ต้องเปลี่ยนให้น้อง อย่าให้ใส่แบบนั้นทั้งวัน อุ อุ กลับบ้านไปเจอลูกโทรมหัวเปียกมาหลายวัน ทนม่ายด้ายยยยยย.....

