ความตั้งใจเดิมของหม่าม้า คือให้ลูกอยู่เนอสฯ จนรอเข้า อ.1 เลย ลูกไปเนอสฯ ตอนอายุ 1 ขวบ 2 เดือน นับจนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 1 ปีแล้ว
ช่วงแรกๆ ที่ไปลูกยังถือขวดนมเองไม่ได้ ยังเดินไม่ได้ ยังพูดไม่ได้ บันไดบ้านก็ยังขึ้นไม่เป็น แถมเป็นเด็กหน้าเดียว ไม่มี Social Smile เลย หน้าเฉยมากๆ
ทุกวันนี้หม่าม้าสบายใจขึ้นมาก เพราะลูกเดิน+วิ่งได้ดี ถึงแม้จะยังถีบจักรยานไม่เป็น อารมณ์ดีร่าเริง ยิ้มเก่ง แถมพูดมาก พูดติดกัน 5-7 คำ เป็นประโยคได้แล้ว ช่างสงสัย ชอบเต้น ชอบร้องเพลง บอกฉี่บอกอึได้ ถึงแม้จะยังนั่งกระโถนหรือชักโครกไม่เป็น แต่เวลาอยู่บ้านไม่ได้ใส่เพอสให้ เวลาบอกปวดฉี่ก็จะชวนกันไปฉี่บนชักโครกในห้องน้ำ แต่เวลาลูกปวดอึก็จะให้ใส่เพอสให้ แล้วลูกก็จะยืนอึใส่เพอส เวลาอยู่ที่เนอสฯ ครูจะให้นั่งชักโครกเพราะมีชักโครกเล็กสำหรับเด็ก แล้วทางเนอสฯ กำลังฝึกให้ดื่มนมจากแก้วหรือกล่องเพื่อเลิกนมขวด แค่นี้หม่าม้าก็พอใจมากๆ แล้ว
ในส่วนอื่นๆ ก็ท่อง ก.ไก่ + ฮ.นกฮูก เวอร์ชั่นที่หม่าม้านำท่อง "ก.เอ๋ย" แล้วลูกก็ตาม "ก.ไก่" ก็ท่องตามได้ถึง ฮ.นกฮูก ส่วนเวอร์ชั่นลูกท่องเอง "ก.ไก่" "ข.ไข่" ... ก็ได้ถึง ง.งู มั๊ง นับ 1-10 ได้ ถึงบางครั้งจะข้ามไปบางตัวบ้างก็ไม่เป็นไร ส่วน A-Z ก็เริ่มท่องตัวต่อจากที่หม่าม้าเริ่มไปแล้วได้ เรื่องสีก็ยังได้บางสี ท่องสีประจำวันได้ เรื่องรูปทรงก็ได้บางแบบ ซึ่งหม่าม้าก็พอใจมากเหมือนกัน

แต่.........จากอาการป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลของลูกครั้งที่ผ่านมา
6 คืนในโรงพยาบาล การไม่ตอบสนองต่อยาซึ่งควรจะดีขึ้นเร็วกว่านี้ จนสุดท้ายต้องพึ่งสเตียรอยด์ หม่าม้าต้องขอให้หมอเฉพาะทาง 2 คนมาดูแลลูก ทั้งเรื่องระบบทางเดินหายใจและเรื่องภูมิแพ้ ทำให้หมอต้องมาประเมินกันใหม่ และผลการประเมินก็ออกมาในแบบที่หม่าม้าไม่อยากได้ยินเลย จากปี 50 ที่ผ่านมา ช่วงกุมภาฯ เป็นปอดบวม ช่วงกรกฎาฯ เป็นหลอดลมอักเสบ และครั้งนี้ก็เป็นหลอดลมอักเสบ เสมหะเยอะมากๆ แถมมีหอบด้วย ต้องพ่นยาวันละหลายๆ ครั้ง ตอนนี้หมอก็ประเมินว่าลูกเริ่มเป็นภูมิแพ้หอบหืด ซึ่งถ้ารีบรักษาก็มีโอกาสหายได้เร็ว
ขั้นตอนแรกก็คือต้อง "หยุดไปเนอสฯ" เพราะมีเด็กป่วยอยู่บ่อยๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ปกติสำหรับลูกเพราะหมอประเมินว่าลูกเป็นเด็กแพ้ง่าย ติดเชื้อง่าย หลอดลมไว การที่ป่วยบ่อยๆ ทำให้เริ่มดื้อยา ต้องใช้ยาแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับตัวลูกเอง ต้องไม่ไปในที่พลุกพล่าน ไม่เข้าใกล้คนป่วย ซึ่งหม่าม้าก็ไม่ค่อยได้พาลูกไปไหนอยู่แล้ว ห้างสรรพสินค้าก็ไม่ได้ไปกันนานมากแล้ว เวลาจะไปหม่ำข้าวกันนอกบ้านก็ยังต้องหาที่ไม่มีแอร์เลย

การที่ลูกต้อง "หยุดไปเนอสฯ" เป็นเรื่องที่หม่าม้าปวดใจจริงๆ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ลูกกำลังไปได้ดีในทุกเรื่อง มี "นล" เพื่อนรักที่ติดกันเหลือเกิน "นล" ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังรอชวนต้นน้ำย้ายไป "ห้องรถไฟ" ห้องเด็กโตอีกห้องนึงที่ลูกเตรียมจะต้องย้ายไปด้วยกัน มี "พอลล่า" หมวยน้อยแก้มกลมจอมซนที่เห็นหน้าลูกทีไรก็ออกอาการกระดี๊กระด๊าสุดๆ แถมเวลาถามว่าต้นน้ำมีแฟนรึยัง ลูกก็จะตอบ "มีแย้ว" "ชื่อ...พอย่า" ให้ได้หัวเราะกันงอหายทุกครั้ง
ที่เนอสฯ ลูกจะไล่ชื่อเพื่อนในห้องให้ฟังได้ครบ ครูประจำ "ห้องลูกหมี" ทั้ง 3 คนที่ดูแลลูกมา ทั้งครูพลอย ครูบัว ครูแต้วที่ชอบเล่านิทานให้ฟัง แล้วยังมีครูยงค์ที่ดูแลลูกตอนอยู่ "ห้องตัวหนอน" รวมถึงป้าแอ๋ว พยาบาลประจำเนอสฯ ที่คอยตรวจร่างกายตอนรับเข้าช่วงเช้าด้วย ตอนนี้ที่เนอสฯ ก็จะขาดขาแดนซ์แบบลูกไปอีกคน แถมหม่าม้าเองก็ไม่มีลูกนั่งเป็นเพื่อนทุกเช้าเย็น อดชวนลูกคุยเล่น ดูเครื่องบิน ดูนก ดูควันดูหมอก ดูรถเครน รถขยะ ไม่ได้ชวนกันตามหารถเมล์ รถแท็กซี่ รถเก๋ง รถมอไซค์ รถจักรยาน...เฮ้อ ใจหายเนอะ
หม่าม้าเข้าใจว่าการให้ลูกไปเนอสเซอรี่มันก็ดีอย่างเสียอย่างต้องทำใจ แต่การหาคนเลี้ยงที่เหมาะสมให้เลี้ยงลูกที่บ้านเป็นเรื่องที่ยากที่สุด ยิ่งเป็นวัยที่ต้องเรียนรู้เรื่องรอบตัว ต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านเพื่อเข้าโรงเรียน แถมกระทันหันแบบนี้ยิ่งทำให้หม่าม้าเครียดคิดอะไรไม่ออกเลย
เมื่อวานก็ไปเนอสฯ ของลูก เก็บข้าวของของลูก ทั้งขวดนม นมที่เหลือ แปรงสีฟัน หนังสือนิทานที่หม่าม้าฝากให้ครูแต้วเพื่อเล่าให้เด็กๆ ฟัง ได้มีโอกาสคุยกับป้าแอ๋วกับครูแต้ว เรื่องพฤติกรรมของลูก ขอคำแนะนำต่างๆ ในการปรับพฤติกรรม ตารางกิจวัตรประจำวัน กิจกรรมที่จำเป็นสำหรับเด็กวัยนี้ ฯลฯ คุยกันไปก็ใจหายไป ทั้งหม่าม้าทั้งครู เฮ้อ...
พอกลับมาถึงบ้านลูกเห็นของที่ขนกลับมา เห็นหนังสือนิทานที่ฝากไว้ที่โรงเรียน ก็บอกว่า "นิทานคุณฟอง..ครูแต้วเล่าให้ฟัง" เห็นแปรงสีฟันก้านกล้วยก็บอกว่า "ต้นน้ำจะแปรงฟัน เอาพี่ก้านกล้วยแปรง" แล้วลูกก็อ้าปากให้แปรงฟันดีๆ ไม่ร้องไห้เลย
ตอนนี้ก็ขอให้คุณยายมาช่วยดูแลลูกที่บ้านไปก่อน ค่อยคิดหาทางขยับขยายอีกที คนทำงานบ้านก็ยังหาไม่ได้เลย เหนื่อยใจเนาะ.............

